ส.อ.ท. กางแผนรับมือวิกฤตปิโตรเคมี หวั่น ซัพพลายเชนชะงัก กระทบ SMEs ต้นทุนพุ่ง ของขาดตลาด
ส.อ.ท. กางแผนรับมือวิกฤตปิโตรเคมี เซ่นพิษตะวันออกกลาง หวั่น ซัพพลายเชนหยุดชะงัก กระทบ SMEs ต้นทุนพุ่ง ของขาดตลาด เตือน อย่าฉวยโอกาส ก่อนวุ่นทั้งประเทศ
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวภายในงานเสวนา "เชื่อม Supply ปิโตรเคมีไทย จากต้นน้ำถึงผู้ใช้" โดยระบุว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางขณะนี้ ไม่ใช่สถานการณ์ปกติและกำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างอุตสาหกรรมปิโตรเคมีตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน เปรียบเสมือนภาพสะท้อนของวิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครนในอดีต แต่มีความซับซ้อนและขยายวงกว้างในระดับภูมิภาคมากกว่า
นายเกรียงไกรชี้ให้เห็นว่า จุดเปราะบางสำคัญคือการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญของโลก หากเส้นทางนี้ติดขัดจะกระทบต่อซัพพลายน้ำมันถึง 20% ของโลก โดยเฉพาะในฝั่งเอเชียที่พึ่งพาพลังงานจากแหล่งนี้สูงถึง 80% แม้ปัจจุบันราคาน้ำมันจะยังไม่พุ่งสูงถึง 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเหมือนในอดีต แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อ มีโอกาสสูงที่ราคาพลังงานจะดีดตัวสูงขึ้นจนควบคุมได้ยาก ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต ค่าขนส่ง และค่าประกันภัยภัยของอุตสาหกรรมต้นน้ำอย่างโรงกลั่นและปิโตรเคมี
จากผลกระทบด้านวัตถุดิบ ทำให้ผู้ผลิตปิโตรเคมีบางรายที่ต้องนำเข้าสารตั้งต้นจากตะวันออกกลางเริ่มปรับตัวไม่ทัน จนบางโรงงานจำเป็นต้องลดกำลังการผลิตหรือหยุดเดินเครื่องชั่วคราว ส่งผลต่อเนื่องถึงอุตสาหกรรมกลางน้ำ โดยเฉพาะกลุ่มพลาสติกและคอนเวอร์เตอร์ (Converter) ที่ต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนเม็ดพลาสติกอย่างรุนแรง และราคาปรับเพิ่มขึ้นถึง 50-70%
"ผู้ประกอบการหลายรายกำลังตกอยู่ใน "ภาวะตายเฉียบพลัน" เหมือนถูกตัดออกซิเจนกะทันหัน เพราะไม่มีวัตถุดิบส่งมอบตามออเดอร์ที่ตกลงกันไว้ กลายเป็นปัญหาลูกโซ่ที่กระทบไปถึงความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจ"
นอกจากกลุ่มพลาสติกแล้ว อุตสาหกรรมยางยังได้รับผลกระทบจากการขาดแคลน Rubber Process Oil ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญ รวมถึงอุตสาหกรรมปลายน้ำที่เกี่ยวข้องกับบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป บรรจุภัณฑ์สินค้าอุปโภคบริโภค ไปจนถึงเวชภัณฑ์ที่มีความอ่อนไหวสูง เช่น ถุงน้ำยาล้างไต และชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งต่างเริ่มส่งสัญญาณขาดแคลนวัตถุดิบอย่างต่อเนื่อง
นายเกรียงไกร ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า ในวิกฤตครั้งนี้อุตสาหกรรมอาหารกลับได้รับอานิสงส์มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น 2-3 เท่าตัว แต่กลับติดปัญหาคอขวดเนื่องจากขาดแคลนบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารแปรรูป เช่น ซองบรรจุภัณฑ์หรือซองน้ำจิ้ม ทำให้ไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ตามเป้าหมาย สะท้อนให้เห็นว่าความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Security) เป็นเรื่องที่สำคัญกว่าราคาในยามวิกฤต
เพื่อให้ประเทศไทยรอดพ้นจากวิกฤตการทวนกระแสโลกาภิวัฒน์ ส.อ.ท. ได้เสนอแนวทางบริหารจัดการต่อภาครัฐและเอกชน ได้แก่ ภาครัฐและเอกชนต้องร่วมกันทำ Dashboard ข้อมูลวัตถุดิบที่ชัดเจนและจริงใจ เพื่อให้ผู้ประกอบการวางแผนการผลิตและบริหารจัดการการทำงานได้อย่างถูกต้อง ไม่เกิดภาวะแตกตื่นหรือกักตุนสินค้า
ต้องขอความร่วมมือผู้ผลิตต้นน้ำให้ความสำคัญกับการซัพพลายวัตถุดิบภายในประเทศเป็นอันดับแรก เพื่อประคับประคองเพื่อนร่วมอุตสาหกรรม แม้ในระยะสั้นอาจต้องยอมลดกำไรลงบ้างเพื่อรักษาความอยู่รอดของทั้งระบบในระยะยาว
เร่งกระจายแหล่งนำเข้าวัตถุดิบจากหลากหลายแหล่งเพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพา ในพื้นที่ที่เกิดความ ขัดแย้ง และยกระดับการบริหารสต็อกสินค้าให้มีประสิทธิภาพและเพียงพอต่อสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างแท้จริง
ส่งเสริมการใช้วัสดุทดแทน เช่น พลาสติกชีวภาพ (Bioplastics) และพลาสติกรีไซเคิล ควบคู่กับการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดต้นทุนในระยะกลางและระยะยาว
ผลักดันการใช้พลังงานสะอาดและเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้าจากต่างประเทศ และรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน
นายเกรียงไกร กล่าวทิ้งท้ายว่า ในยามนี้ไม่มีชาติไหนจะมาช่วยเราได้นอกจากเราต้องช่วยกันเอง ความจริงใจและการคุยกันอย่างตรงไปตรงมาในทุกภาคส่วนของห่วงโซ่อุปทาน คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้เราผ่านวิกฤตที่ยืดเยื้อนี้ไปได้
"ไม่อยากให้มันเกิดเหมือนกรณีน้ำมัน จริงๆ แล้วทางรัฐบาลและทางกรมธุรกิจพลังงาน และกระทรวงพลังงาน ยืนยันไม่ขาด แต่ไม่ขาดมันก็พยายามทำให้ขาด เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะต้องคุยกันในภาวะวิกฤต มันต้องช่วยกันแต่อย่าใช้วิกฤตเป็นโอกาส คือฉวยโอกาส ถ้าฉวยโอกาสมันก็จะวุ่นวายกันไปหมด"
ขณะที่ผู้แทนกลุ่มผู้ผลิตปิโตรเคมี เปิดเผยว่า ภาคการผลิตยังคงดำเนินการได้อย่างเต็มศักยภาพและมีเสถียรภาพ สามารถรองรับความต้องการใช้ในประเทศได้อย่างเพียงพอ โดยเม็ดพลาสติกประเภท โพลิเอทิลีน (Polyethylene: PE) ซึ่งใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ เช่น ขวด ฝาขวด และถุงหูหิ้ว ยังคงมีซัปพลายอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เม็ดพลาสติกโพลิโพรพิลีน (Polypropylene: PP) ซึ่งใช้ในบรรจุภัณฑ์อาหาร อาทิ ซองอาหาร ถุงร้อน และกล่องพลาสติก อาจมีความตึงตัวในบางช่วง อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมยังสามารถบริหารจัดการซัพพลายได้อย่างต่อเนื่องและเพียงพอ แม้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ แต่ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้
ทั้งนี้ กลุ่มผู้ผลิตปิโตรเคมียังยืนยันแนวทางบริหารซัปพลาย โดยให้ความสำคัญกับตลาดในประเทศเป็นลำดับแรก (Domestic First) ควบคู่กับการบริหารสต็อก การวางแผนส่งมอบ และการกระจายสินค้าอย่างทั่วถึง เพื่อป้องกันการขาดแคลนในบางอุตสาหกรรม พร้อมทั้งทำงานร่วมกับผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทานในการวางแผนความต้องการล่วงหน้า และสนับสนุนการใช้วัตถุดิบทดแทน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบ และยืนยันว่าซัปพลายยังคงเพียงพอ รองรับความต้องการของตลาดได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB